2006/Oct/07

ดอนเมืองในความทรงจำ

มันอาจจะช้าไปนิดที่จะมาพูดเรื่องนี้

แต่มันไม่ช้าไป ถ้ามันอยู่ในหวงแห่งความคิด

และความทรงจำของคนๆนึง

ผ่านมาแล้วกว่าอาทิตย์

ที่ดอนเมืองกลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำ

เมื่อไฟดวงสุดท้ายของดอนเมืองดับไป

ก็มีแสงสว่างดวงใหม่ของสุวรรณภูมิมาแทนที่

อีกหน่อยก็คงจะมีเครื่องบิน

มาเฉี่ยวหลังคาบ้านเล่นทุกเมื่อเชื่อวัน

เพราะภายในสองเดือนก็จะย้ายไปอยู่สุวรรณภูมิแล้ว

ห๊าาาา ??

ไม่ใช่ความขี้เห่อของผู้เขียนแต่อย่างใด

แต่เพราะพี่สาวเป็นแอร์

และข้าพเจ้ายังอยู่ในความดูแล

จึงจำเป็นจะต้องตามติดต่อไป

โดยไม่มีปากมีเสียง

พูดถึงดอนเมือง

หลายๆคนคงมีความทรงจำมากน้อยต่างกันไป

บางคนอาจเคยใช้ตั้งแต่สมัยยังหนุ่มสาว

บางคนก็เคยทำงานที่นั่น

บ้างไปส่งเพื่อน

บ้างไปส่งแฟน

บางคนก็อาจมีความทรงจำแค่

รถติดๆ เพราะต้องเดินทางผ่าน

ที่ต่อไปนี้จะไม่มีอีกแล้ว

ที่เดิมๆที่เคยมีความรู้สึกปนเป

เศร้า เสียใจ รี้องไห้

ปลดปล่อย ล้านแปด

แต่ที่จริงคือเราไม่ชอบบนนยากาศในแอร์พอร์ตเลย

มันหนาว เย็น เยือก

ผู้คนร้องไห้คร่ำครวญ

ของการจากไปชั่วคราว

ของผู้ที่เป็นที่รัก

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

ก็เลยแอบไม่ชอบใจโดยส่าวนตัวนิดหน่อย

แต่ที่เสียใจอีกอย่างเลยคือ

ต่อไปนี้จะไม่มีเบอร์เกอร์คิงดอนเมืองให้กินอีกแล้ว

T_T

บั๊บ บาย.. ดอนเมือง

2006/Sep/24

เจ้าของบล๊อคต้องขออภัยมา ณ ที่นี้

หากมิตรรักแฟนเพลงที่คอยติดตามผลงาน

ช่วงนี้อาจจะห่างหายไปบ้าง

ไม่ได้ไปไหน

ไม่ใช่เพราะเบื่อจนอยากเลิกอัพไป

แต่เพราะความพิการของคอม

และความป่วยของอินเตอร์เนต

ที่ยังไม่สามารถที่จะรับใช้ทุกท่านต่อไปได้

ในขณะนี้ ทางเราต้องของดอัพเพิ่มชั่วคราว

ขอบคุณสำหรับการติดตามมาโดยตลอด

ทั้งคุณ~* นายจดหมายรัก ^^

((Sweet Love))

* hajiko *

hasana

และอีกทุกท่านที่ไม่ได้กล่าวถึง

คาดว่าอีกไม่นาน

เนตที่บ้านจะหายป่วนและใช้งานได้ตามปกติ

ถ้าว่างๆจะแอบแว้บๆมาอัพที่ร้านฮั๊บ

2006/Sep/19

คนบางคนอาจจะเคยเที่ยวสถานบันเทิง


หรือที่เรียกกันง่ายๆว่าผับกันมาบ้าง


ไม่มากก็น้อย

สีสันยามราตรีที่หลอกล่อให้อดใจไม่ไหว


ที่จะเข้าไปรื่นเริงอยู่ในสถานที่แคบ


ขยับตัวได้ก็ไม่เกิน 8 มิลลิเมตร


รมควันบุหรี่ จิบไวน์ กับดนตรีแจซ


หรือจะเป็นร้านที่แดนซ์กระจาย


ก็คงจะไม่ผิดกติกา


เพราะที่นี่ไม่ได้ต้องการความถูกต้องใดๆ

ในระหว่างที่คุณสนุกสนาน


สั่งกับแกล้มอาหารมานั่งกินอย่างทีความสุขนั้น

ยังมีอีกมุมหนึ่งที่หลายๆคนยังไม่เคยรู้จัก


และไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน


และเราก็คงไม่เข้าใจลึกถึงแก่นเช่นกัน


ถ้าไม่ได้เข้าไปสัมผัสกับมันจริงๆ


ด้วยตัวเองก็วันนี้


ที่ร้านอาหารของญาติที่ไปฝึกงาน

คุณเคยคิดบ้างมั้ยว่า เก้าอี้ตัวยาวที่คุณนั่งที่ร้าน


อีกภายใน 2 - 3 ชั่วโมงข้างหน้า


จะเป็นที่นอนอย่างดีสำหรับคนที่ทำงานอย่างหนัก


เหนื่อยล้ามาทั้งคืน

คุณจะรู้บ้างมั้ยว่า


ผักรองจาน หรือผักชิ้นน้อยใหญ่ในอาหาร


เคยผ่านคมมีดที่เคยบาดมือสร้างความเจ็บปวด


ให้ใครหลายๆคนมานักต่อนัก

พนักงานบางคน


ที่ทำให้คุณไม่พอใจเพราะความสะเพร่า


หรือเพราะเค้าเป็นเด็กใหม่และไม่รู้ ?

เด้กล้างจาน หรือเด็กในครัวบางคน


อาจเป็นเด็กที่พ่อแม่เสียชีวิต และเค้าต้องทำงานอย่างหนัก


ทั้งล้างจาน หั่นผัก ปอกกระเทียม


ตำน้ำพริก ทอดขาหมู โดนน้ำมันร้อนๆกระเด็นใส่


โดนแม่ครัวด่า จิกหัวใช้ แต่เค้ายังต้องทนอยู่ทำงาน


เพื่อแลกกับค่าหน่วยกิต และชีวิตของเค้าที่จะต้องเดินต่อไปในวันข้างหน้า

คุณรู้บ้างรึเปล่าว่านักงานบางคนที่ส่งจานอาหารให้คุณ


เค้ากำลังหิวอย่างหนัก แต่ไม่มีแม้เวลาจะพักทานข้าว


เพราะคนในร้านเยอะจนหยุดทำงานไม่ได้


แล้วรู้มั้ยว่าอาหารที่คุณกินไม่หมด


อาจมาถึงปากพนักงานเก็บจานบางคน

พนักงานในร้านกันเอง


อิจฉากันไปมา เพราะบางคนในเงินเยอะกว่า


ถามว่าทำไมไม่เท่าเทียมกัน


ในเมื่อทำงานเท่ากัน เหนื่อยเท่ากัน


แต่เพราะอายุงานบางคนไม่เท่ากัน

เช่น.. แม่ครัวใหญ่จะได้ทิปเป็นสองเท่าของทุกคน


ได้เงินเดือนพร้อมเบี้ยเลี้ยงเป็นวัน


ในขณะที่เด็กบางคนได้รับเพียงเบี้ยเลี้งต่อวันเท่านั้น

เรื่องราวไม่คาดฝันเหล่านี้


เกิดขึ้นหมุนเวียนเป็นประจำทุกๆวัน


และยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่คุณไม่คาดคิด


เกิดขึ้นในแต่ละวันอย่างหลากหลาย

นี่แหล่ะ มุมหนึ่ง ที่คุณเรียกกันว่า

สถานบันเทิง..